try another color:
try another fontsize: 60% 70% 80% 90%
Dr.Seri's Clinic คลินิกหมอเสรี

สุขภาพงอแง

ชีวิตมีค่า

สัปดาห์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ตรวจรักษาคนไข้สตรีรายหนึ่ง น่าสนใจมาก เธอชื่อ อาทิตยา เธอมาโรงพยาบาลตำรวจด้วยเรื่องคลำได้ก้อนเนื้องอกที่ท้องมานานประมาณ 2 ปี ตอนแรก เธอคิดว่า เธออ้วนและมีหน้าท้องยื่นออกมา เธอไม่กล้าไปปรึกษาแพทย์ที่ไหน เนื่องจากเป็นคนโสดและกลัวการตรวจภายใน แต่ต่อมา ก้อนเนื้องอกยังคงโตขึ้น โดยไม่มีทีท่าว่าจะยุบลง สุดท้าย เธอจึงตัดสินใจปรึกษาเรื่องนี้กับเพื่อนๆและพี่ๆที่เป็นผู้หญิง คำตอบที่ได้ คือ ให้ไปหาหมอ
คุณอาทิตยา อายุ 40 ปี โสด หน้าตาดี สุขภาพแข็งแรงมาตลอด เธอไม่เคยเจ็บป่วยจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ที่น่าแปลก คือ ระดูของเธอมาตามปกติทุกเดือน โดยไม่เคยขาดหรือมาถี่กว่ากำหนด มาคราวละ 3-4 วัน และใช้ผ้าอนามัยประมาณ 3 – 4 ผืนต่อวัน เมื่อไม่นานมานี้ คุณอาทิตยาเกิดความกลัวว่า จะเป็นมะเร็งของมดลูกหรือรังไข่ เธอจึงมาขอรับการตรวจที่แผนกสูติ-นรีเวชกรรม ของโรงพยาบาลตำรวจ
ความจริง ก่อนหน้านั้น 2-3 วัน มีสูติ-นรีแพทย์ท่านหนึ่งของโรงพยาบาลตำรวจ ได้ตรวจร่างกายของเธอและวินิจฉัยว่า เป็นเนื้องอกมดลูกหรือรังไข่และกำหนดจะผ่าตัดให้ทันทีในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากท่านได้ลาออกจากโรงพยาบาลตำรวจแล้วและจะไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลอื่นในอาทิตย์ถัดไป เผอิญ ตอนนั้นคุณอาทิตยากำลังมีประจำเดือน จึงรู้สึกไม่เหมาะที่จะรับการผ่าตัด ประกอบกับเธอกลัวว่า จะไม่มีแพทย์ดูแลอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น เธอจึงขอเปลี่ยนแพทย์ โดยข้าพเจ้ารับหน้าที่เป็นผู้ดูแลรักษาแทน

ชีวิตนี้ มีความหมาย (2)

อีก 2 วัน จะเป็นวันขึ้นปีใหม่(“ตรุษจีน”)ของชาวจีน คนจีนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและพากันตื่นเต้นกับวันตรุษจีนนี้มิใช่น้อย หลายคนอยากได้ของขวัญที่เรียกว่า “อั่งเปา” หรือ “เงินขวัญถุง” ซึ่งในปีหนึ่งๆ มีประเพณีแจก “อั่งเปา” ก็เพียงวันปีใหม่จีนนี้ วันเดียว บางคนรอให้ถึงวันตรุษจีน เพียงเพื่อต้องการพบหน้าพ่อแม่พี่น้องที่ห่างหายกันไปนานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้สึกว่า วันตรุษจีนมีความหมาย เขาเหล่านั้น คือ ชาวจีนไต้หวันที่ติดคุกอยู่เมืองไทยที่ข้าพเจ้าไปเยี่ยมในวันนี้นั่นเอง
วันนี้ข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าไปในคุกอีกครั้ง หลังจากเคยสัมผัสมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน กงสุลไต้หวัน ได้ทำหนังสือเรียนเชิญทีมงานแพทย์เดิม คือ ข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่พยาบาล “คุณณัฐชนก รุ่งกิจจิตรไพศาล” ให้ไปตรวจนักโทษไต้หวันที่คุกทั้ง 4 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจสำหรับเขาเหล่านั้น ข้าพเจ้าและคุณณัฐชนกต่างยินดีให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะข้าพเจ้า ถือว่า เป็นโอกาสอันหาได้ยากที่จะได้ ทบทวนเรื่องราวต่างๆภายในดินแดนอาถรรพ์นี้ และเก็บตกเรื่องราวอื่นๆที่เคยมองข้าม เพื่อนำไปบอกเล่าเป็นเครื่องเตือนใจผู้ไม่รู้ ให้ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท อย่าให้หลงก้าวพลาดไปในทางผิด ไม่ว่าจะทิศทางใด
8 นาฬิกาของเช้าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 คุณชาญ เจ้าหน้าที่กงสุลไต้หวันที่รับผิดชอบเกี่ยวกับนักโทษ กำลังเดินไปมาบริเวณด้านหน้าตึกอาคารสูติ-นรีเวชกรรม รพ.ตำรวจ ข้าพเจ้าซึ่งเพิ่งเดินกลับจากการรับประทานอาหารเช้า ได้เข้าไปกล่าวทักทายและขอตัวไปทำธุระ ภายในสำนักงานฯ พอกลับออกมาพร้อมกับสูทในชุดสีขาวของแพทย์ ก็พบคุณณัฐชนกเดินมาถึงพอดี
คณะของพวกเรา เดินทางโดยรถตู้มาถึงคุกบางขวางเป็นสถานที่แรกเมื่อเวลาประมาณ 9 นาฬิกา แม้ค่อนข้างจะเช้า แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำได้นำนักโทษไต้หวันจากแดนต่างๆ จำนวน 18 นายมารออยู่ก่อนแล้ว

คาราโอเกะข้างถนน(3)

สตรีตั้งครรภ์มีผู้เกี่ยวข้องอยู่ถึง 2 คน คือ แม่กับลูก ทั้งสองมักมาสู่ห้องคลอดในสภาพที่ดี ๆ แต่หลังจากนี้จะเป็นเช่นไรคงขึ้นอยู่กับกระบวนการคลอดและความสามารถของหมอ ปกติ "คนไข้กว่า 90% ไม่มีปัญหาเรื่องการคลอด ส่วนที่เหลือประมาณ 5-10 % นั้น ต้องมีการจัดการเป็นพิเศษ รวดเร็ว ฉับไว ด้วยหมอที่มีความรู้ความชำนาญ" เพราะฉะนั้น อย่าเผลอไปคลอดยังสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐานโดยเด็ดขาด เนื่องจากบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดคลอด บางรายอาจต้องช่วยเหลือการคลอดด้วยคีม (Forceps) หรือเครื่องดูดบริเวณศีรษะเด็ก (Vacuum) บางรายก่อนคลอดมีไข้ขึ้น บางรายตกเลือดก่อนคลอด บางรายความดันโลหิตสูงหรือชักก่อนคลอด บางรายเด็กตายเนื่องจากสายสะดือถูกกดทับบางรายทั้งแม่และลูกตายด้วยภาวะน้ำคร่ำอุดเส้นเลือดในปอด
สามทุ่มเมื่อคืน ขณะที่กำลังรับประทานอาหารงานเลี้ยงอยู่ ข้าพเจ้าได้รับเรียกผ่านวิทยุติดตามตัวให้โทรกลับไปหาคนไข้ใกล้คลอดรายหนึ่ง
"สวัสดีครับ คุณมีปัญหาอะไรหรือครับ" ข้าพเจ้าถามผ่านทางโทรศัพท์
"วันนี้ มีเลือดออกจากช่องคลอด 2 ครั้ง ออกไม่มากนัก เด็กดิ้นดีไม่รู้ว่าจะคลอดหรือเปล่า" คนไข้บอกถึงปัญหา
คนไข้สตรีรายนี้เป็นคนไข้ครรภ์ที่ 2 ฝากครรภ์อยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งครรภ์แรก ก็คลอดโดยวิธีธรรมชาติที่นี่ คนไข้มาฝากครรภ์ตามนัดทุกครั้ง แต่... อายุครรภ์ของท้องนี้อาจไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากหากนับจากวันที่ระดูขาดจนถึงบัดนี้จะมีอายุครรภ์เพียง 34 สัปดาห์ แต่ถ้านับจากการคาดคะเนด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ตั้งแต่แรกฝากครรภ์จะมีอายุครรภ์ครบกำหนดแล้วคือ 38 สัปดาห์
"คงต้องตรวจร่างกายและภายในเพื่อประเมินดูว่า เข้าสู่ระยะคลอดหรือยัง ถ้าปากมดลูกเปิดมากและมดลูกแข็งตัวบ่อยคุณตั้งครรภ์ที่ 2 อาจคลอดบุตรได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง" ข้าพเจ้าอธิบายและบอกให้คนไข้ไปโรงพยาบาลในคืนนี้เลย
คนไข้เดินทางมาถึงห้องคลอดประมาณ 5 ทุ่ม ข้าพเจ้าได้ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิดมากถึง 4 เซนติเมตร และมีความหนาประมาณ 75% จึงให้คนไข้นอนโรงพยาบาลเพื่อทำการคลอดต่อไป

ทารกท้องบาตร (HYDROP FETALIS)

"คุณมีลูกพิการและครรภ์เป็นพิษในเวลาเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีภาวะแทรกซ้อนขั้น
รุนแรงด้วย คือ "ไตรั่ว" หมายถึง ไตไม่สามารถเก็บรักษาโปรตีนไว้ในร่างกายได้ ซึ่งทำให้
ตรวจพบ โปรตีนในปัสสาวะจำนวนมาก ถ้าไม่รีบผ่าตัดเอาเด็กออก ไตของคุณจะเสียได้"
ข้าพเจ้าพูดภาษาชาวบ้านอธิบายให้คนไข้รายหนึ่งฟัง
คนไข้สตรีรายนี้ อายุ 23 ปี ตั้งครรภ์แรก ฝากครรภ์ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ระหว่างที่ฝาก
ครรภ์ พบว่า มดลูกโตช้ากว่าปรกติเมื่อเทียบกับอายุครรภ์ แต่ไม่พบความผิดปรกติอื่นใด จนกระทั่ง
อายุครรภ์ได้ 34 สัปดาห์ จึงเกิดปัญหา คือ ร่างกายมีอาการบวมตามแขนขาหน้าตา ความดัน
โลหิตเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 100/80 เป็น 150/100 มิลลิเมตรปรอท ที่สำคัญ คือ "ไต" ของคนไข้
ทำงานเสื่อมลงอย่างมาก ไตไม่สามารถกรองเก็บโปรตีน ซึ่งเป็นสารสำคัญของร่างกายเอาไว้ได้
โปรตีนจึงรั่วออกมาในปัสสาวะจำนวนมาก สูติแพทย์ที่คลินิกแห่งนั้น ยังตรวจพบว่า ทารกมีความผิด
ปรกติอีกต่างหาก จึงรีบส่งตัวมารับการรักษาต่อในโรงพยาบาลของรัฐ
คนไข้สตรีรายนี้ เลือกที่จะมาโรงพยาบาลตำรวจ เผอิญมาในเวรที่ข้าพเจ้าออก
ตรวจ ข้าพเจ้าเห็นว่า หากปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานกว่านี้ ไตของคนไข้อาจจะเสียหายมากจนยากจะ
พื้นคืนสภาพเดิมได้ จึงตัดสินใจทำการผ่าตัดคลอดให้ทันที ก่อนทำการผ่าตัด ได้บอกกับคนไข้ว่า
"ทารกที่คลอดออกมา คงไม่รอดแน่ แต่ที่จำเป็นต้องผ่าตัด เพราะว่า จะรักษาชีวิตแม่ และป้องกัน
ไม่ให้ไตเสียหายถาวร"
คนไข้ยังมีความสงสัยอยู่ในใจ จึงได้ถามว่า "หากจะปล่อยให้การตั้งครรภ์เนิ่นนาน
ออกไปอีกสัก 1-2 สัปดาห์ ลูกของดิฉันจะมีโอกาสรอดชีวิตหรือไม่"
"คุณมัวแต่เป็นห่วงลูกอยู่นั่นแหละ คุณน่าจะเป็นห่วงตัวเอง เพราะยังไง ๆ ลูกของ
คุณไม่มีโอกาสรอดอยู่แล้ว ไม่ว่าระยะเวลาคลอดจะเลื่อนห่างออกไปนานสักเท่าใด แต่...ตรงกัน
ข้าม ยิ่งการตั้งครรภ์สิ้นสุดเร็วเท่าไร ร่างกายของคุณยิ่งกลับฟื้นคืนสู่สภาวะปรกติเร็วเท่านั้น"
ข้าพเจ้าอธิบายถึงผลดีผลเสียของการเลื่อนระยะเวลาคลอดออกไปให้ฟัง

ร่วมช่วยด้วยกัน (2)

ปลายปี พ.ศ. 2542 ใครๆต่างลงความเห็นว่า ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มผ่อนคลายลงแล้ว แต่ช่วงนี้เองความหนาวเย็นของบรรยากาศที่แผ่ปกคลุมประเทศกลับรุนแรงมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ เท่าที่มีรายงาน มีคนหนาวตายภายในเดือนธันวาคมถึงกว่า 30 รายทีเดียว ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ย้ำเตือนให้ระวังถึงฤดูหนาวที่กำลังก้าวเข้ามาอยู่หลายครั้ง นี่เอง จึงเป็นแนวความคิดให้คณะทำบุญของมูลนิธิแสงพุทธธรรมแห่งประเทศไทย ตัดสินใจมอบสิ่งของบริจาคเป็นเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้กับชาวจีนภูเขาที่จังหวัดเชียงราย
คณะทำบุญมูลนิธิแสงพุทธธรรมของพวกเรา ออกเดินทางตั้งแต่ 8 นาฬิกา 30 นาทีของวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยสายการบินไทย ก่อนออกเดินทาง ข้าพเจ้าในฐานะ ผู้ติดตามภรรยา คิดในใจว่า คงจะเหมือนๆกับปีที่แล้ว คือ "ทำบุญเป็นหลัก เที่ยวเป็นรอง" ที่ไหนได้ พอไปถึงสนามบินก็ต้องแปลกใจที่ได้พบกับคณะผู้เดินทางถึง 30 คน พร้อมกับโปรแกรมการ ท่องเที่ยวยาวเหยียด 3 วันเต็มๆ ยกเว้นในวันสุดท้าย 27 ธันวาคม เท่านั้นที่จะแวะขึ้นไปบนภูเขา ที่หมู่บ้านเขตอำเภอแม่สอด จังหวัดเชียงราย เพื่อทำพิธีแจกจ่ายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกันหนาวและเงินอีกจำนวน 5 หมื่นบาท ให้กับชาวจีนภูเขา โดยใช้เวลาเพียงเล็กน้อย แค่ 2-3 ชั่วโมง แสดงว่า การมาในครั้งนี้ "เที่ยวเป็นหลัก ทำบุญเป็นรอง"
เครื่องบินร่อนลงที่สนามบินเมืองเชียงใหม่เมื่อใกล้เที่ยง พวกเราไม่ได้แวะเข้าโรงแรมที่พักก่อนให้เสียเวลา แต่พากันนั่งรถตู้ 3 คันไปเที่ยวที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ และอยู่สักการะที่นั่น เป็นเวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง

Syndicate content