try another color:
try another fontsize: 60% 70% 80% 90%
Dr.Seri's Clinic คลินิกหมอเสรี

สุขภาพงอแง

เพื่อน

“หมู่บ้านเทอดไทย” เป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลขึ้นไปบนดอย แต่จัดว่า เป็นหมู่บ้านที่เจริญกว่าหมู่บ้านอื่น ๆ ในเขตอำเภอเดียวกัน เพราะมีน้ำไฟและเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน
บ้านส่วนใหญ่ทำเป็นลักษณะครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว แต่มีบ้านไม่มากนักที่ทำเป็นบ้าน 2-3 ชั้น ซึ่งในจำนวนนั้นมีบ้านของเพื่อนภรรยาข้าพเจ้ารวมอยู่ด้วย
ร้านค้ามีอยู่มากมาย เปิดขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ มีร้านค้าที่จัดว่าใหญ่เพียงร้านเดียว โดยดัดแปลงจากห้องแถว 3 ห้อง ที่ติดกันมาทำเป็นลักษณะคล้าย ๆ “ซุปเปอร์มาร์เก็ต” สินค้าที่วางจำหน่ายในร้านค้าต่าง ๆ ล้วนหลากหลายมีมากมายเต็มไปหมด สินค้าตามพื้นราบมีอะไร สินค้าใน “หมู่บ้านเทอดไทย" ก็มีอย่างนั้น จึงนับว่าประชาชนที่นี่มีชีวิตความเป็นอยู่ดีพอสมควร
ถนนหนทางภายในและถนนหลักที่เข้า-ออกหมู่บ้าน ส่วนมากลาดยางหรือไม่ก็เป็นพื้นปูนซีเมนต์ เพียงแต่ขนาดของถนนกว้างพอแค่รถยนต์ 2 คัน หลีกกันเท่านั้น ปั๊มน้ำมัน ยังมีลักษณะเป็นแบบปั๊มชั่วคราวด้วยการประยุกต์เอาถังน้ำมัน 4-5 ถังมาวางเรียงกัน แล้วติดเครื่องสูบมือหมุนอย่างง่าย ๆ บนถัง
โรงเรียนมี 2 แห่ง แต่ละแห่งขนาดไม่ใหญ่ รับนักเรียนได้แห่งละประมาณ 100 คน อุปกรณ์การเรียนดัดแปลงใช้แบบง่าย ๆ มีโต๊ะเรียนไม้เล็ก ๆ ห้องละประมาณ 20 ตัว พร้อมกับมีกระดานดำใหญ่กระดานหนึ่งด้านหน้าชั้นเรียน
โรงพยาบาลสาธารณสุขมีอยู่ 1 แห่ง ค่อนข้างทันสมัย ขนาด 10 เตียง มีแพทย์แผนปัจจุบัน 1 ท่าน สามารถรองรับประชากรที่นี่ และหมู่บ้านใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี

เพื่อน 1 (ต่อ)

วันถัดมา พี่สาวคนที่สาม ซึ่งแต่งงานไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่ได้มาเยี่ยมที่นี่ พร้อมกับพ่อสามีและเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งของคุณกาญจน์ ตอนแรกข้าพเจ้าไม่ได้สนใจเพื่อนผู้ชายคนนั้นของคุณกาญจน์นัก แต่ต่อมาจึงได้รู้ว่า เขาชื่อ คุณศักดิ์ และเป็นผู้ที่บทบาทสำคัญในการผ่าตัดเปลี่ยนไตของเธอ
ช่วงเวลากลางวันของวันที่สองนี้เอง ที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ท่องเที่ยวบนดอยสูง ทางญาติคุณกาญจน์ได้ว่าจ้างรถตู้เช่าให้หนึ่งคัน พาข้าพเจ้าและครอบครัวไปเที่ยวโดยมีคุณกาญจน์เป็นมัคคุเทศก์
พวกเราออกเดินทางหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว มุ่งหน้าออกจาก “หมู่บ้านเทอดไทย" ไต่ดอยสูงขึ้นไปอีก ถนนสายหลักยังคงมีสายเดียว ถนนสายนี้ลาดยางเสร็จต้นปีนี้เอง พวกเราผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ คุณกาญจน์บอกว่า “จะเป็นหมู่บ้านของชาวอีก้อ, ลีซอ, แม้ว หรือเผ่าอื่นใด ต้องดูเสื้อผ้าที่ชาวเขาสวมใส่เป็นหลัก ลักษณะของบ้านนั้นมีแตกต่างกันบ้างไม่มากนัก แต่ปัจจุบันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงบ้านเลียนแบบของชาวพื้นราบ เพราะการคมนาคมสะดวก และมีการติดต่อไปมาหาสู่กับชาวพื้นราบบ่อยขึ้น วัฒนธรรมต่าง ๆ ของสังคมสมัยใหม่จึงเผยแพร่เข้าไปสู่ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว”
“ชาวเขาบางบ้าน ทำไมถึงมีรถกระบะขับขี่ ทั้ง ๆ ที่บ้านไม่มีน้ำไฟและหลังคามุงจาก” ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกต
คุณกาญจน์บอกว่า “สมัยก่อน ชาวเขาเหล่านี้ค้ายาเสพติด จึงมีเงินมาก ปัจจุบันด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าและพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ชาวเขาเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ แม้จะเลิกค้ายาเสพติด แต่เมื่อถนนหนทางสะดวกอย่างนี้ ชาวเขาจึงนำเงินที่เหลือเก็บ มาซื้อรถกระบะเพื่อนำของขึ้นมาขาย หรือนำพืชผักผลไม้ลงไปจำหน่ายในเมือง”

สองนรี

ปัจจุบัน มีคนพูดถึง "โคลนนิ่ง" กันมาก และอยากให้นำมาใช้ใน "คน" เสียด้วย
เท่าที่ทราบ "โคลนนิ่ง" เป็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ ที่จะขยายพันธุ์สัตว์ ให้มีลักษณะ
เหมือนกับ ต้นแบบ ทุกประการ โดยไม่ผ่านกระบวนการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ
หากสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ "คน" ได้จริง ๆ คงจะมี "คน" ที่หน้าตาเหมือน ๆ
กัน เต็มไปหมด แล้วจะเกิดอะไรขึ้น...
ในความคิดของข้าพเจ้า หากเราเกิดมาพร้อมกับอีกคนหนึ่ง ซึ่งรูปร่างหน้าตาเหมือน
เราเกือบทุกประการ คงมีความรู้สึกแปลกพิกล บางคนอาจจะดีใจ บางคนอาจจะเฉย ๆ บาง
คนอาจจะเสียใจไปเลยที่สูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
โชคดี ที่ข้าพเจ้าเกิดมาตัวคนเดียว ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งใน
รูปลักษณ์อย่างนี้ ไม่ต้องเลียนแบบใคร จิตใจเป็นอิสระ ทำอะไรไม่ต้องสนใจคำนินทาว่าร้าย
กระทบกระเทียบเปรียบเปรยกับอีกคนที่หน้าตาท่าทางเหมือนเรา
มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้าประทับใจมาก และเกิดความคิดประหลาดขึ้นมาอย่างหนึ่ง คือ
อยากจะวิเคราะห์ ความเป็นไป ของ "ฝาแฝด" ที่เหมือนกันอย่างกับแกะ ว่า ดีหรือไม่ดี อย่างไร
เพราะวันนั้น ภายในเวลา 24 ชั่วโมงที่รับผิดชอบอยู่เวรโรงพยาบาล ข้าพเจ้าต้องทำการผ่าตัด
คลอด ทารกแฝด ถึง 2 คู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่นาน ๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งใน ครรภ์แฝดธรรมชาติ
ที่สำคัญคือ ทารกที่คลอด เป็น "แฝดหญิง" ทั้ง 2 คู่เลย
"แฝดธรรมชาติ" อาจเกิดจากการปฏิสนธิของ "ไข่" ใบเดียวหรือหลายใบก็ได้ แฝด
ที่เกิดจาก "ไข่" หลายใบ หน้าตาจะไม่เหมือนกันทีเดียว เพียงแต่ละม้ายคล้ายกันดุจเป็นพี่น้อง
เท่านั้น บางคนจึงเรียกว่า "แฝดเทียม"
ส่วนแฝดที่เกิดจาก "ไข่" ใบเดียว จะมีหน้าตารูปร่างเหมือนกันมาก บางทีแยก
ไม่ออกเลยว่า ใครเป็นใคร ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ บางคนจึงเรียกว่า "แฝดแท้"

ครรภ์ไข่ปลาอุก

ประสบการณ์อันเลวร้ายของการตั้งครรภ์ คือ ตั้งครรภ์แล้วไม่ได้ลูก ในสตรีบางคน
นอกจากจะไม่ได้ลูกแล้ว ยังอาจโชคร้าย ตกอยู่ในภาวะอันตรายจาก "มะเร็ง" อีก "มะเร็ง"
ที่ว่านี้ คือ "มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุก" ซึ่งมีความร้ายกาจ ไม่แพ้มะเร็งชนิดอื่น ๆ เหมือนกัน
ลองจินตนาการดูซิว่า สตรีอายุน้อย ๆ วัยเจริญพันธ์ ตั้งครรภ์ (ไข่ปลาอุก) ขึ้นมา
แล้วประสบโชคชะตาเป็น "มะเร็ง" เธอผู้นั้นจะมีความทุกข์มากขนาดไหน
"ครรภ์ไข่ปลาอุก" มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงมีความน่ากลัวอย่างนั้น
ปรกติ เซลล์ที่มีศักยภาพในการแบ่งตัวและเจริญเติบโต ใกล้เคียงกับเซลล์มะเร็ง ก็
คือ เซลล์สืบพันธุ์ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้ว เซลล์สืบพันธุ์เมื่อปฏิสนธิกันตามปรกติระหว่าง "ไข่" กับ
"อสุจิ" จะได้ "เซลล์ตัวใหม่" เพียงเซลล์เดียว แต่เซลล์เพียงเซลล์เดียวตัวนี้มีศักยภาพสูง
มาก ๆ สามารถแบ่งตัวเจริญเติบโตเป็นเซลล์จำนวนมากมาย เซลล์เหล่านี้จะแยกย้ายและรวมตัว
กันกลายเป็นอัวยวะต่าง ๆ และร่างกายมนุษย์ได้ในที่สุด โดยใช้ระยะเวลาเพียง 9 เดือนเท่านั้น
เซลล์มะเร็ง แตกต่างจาก เซลล์สืบพันธุ์ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้วตรงที่ เซลล์มะเร็ง
มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตไปอย่างมากมายแบบไร้ทิศทาง ไม่มีระเบียบ เซลล์มะเร็ง ไม่
สามารถแยกย้ายและรวมตัวกันเป็นอวัยวะได้ แต่จะกลายเป็นก้อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่และมีลักษณะ
หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แม้ชาวบ้านธรรมดา ๆ มองดูก็รู้ว่า เป็นก้อนเนื้องอกมะเร็ง ยิ่งเซลล์
มะเร็ง เผยแพร่กระจายไปในอวัยวะใด ก็จะเหนี่ยวนำให้เซลล์ของอวัยวะนั้น ๆ กลายเป็นพวก
มันไปด้วย ในที่สุดอวัยวะต่าง ๆ จะไม่สามารทำงานในหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบได้ เกิดภาวะล่ม
สลายและล้มเหลวในการทำงาน สุดท้ายเจ้าของร่างกายทนไม่ได้ ต้องยอมแพ้และตายไป
ครรภ์ไข่ปลาอุก เกิดจากความผิดปรกติของการปฏิสนธิระหว่างเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่&
อสุจิ) โดยปรกติการปฏิสนธิเกิดจากเซลล์สืบพันธุ์ที่สมบูรณ์อย่างละหนึ่งเท่านั้น ครรภ์ไข่ปลาอุก

ภาวะกระดูกหัวเหน่าแยก ( pubic symphysis separation )

วันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของข้าพเจ้า ถึงแม้จะเป็นวันเกิด แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจ ตรงกันข้าม กลับต้องตกใจและหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากตอนเช้าตรู่ ในขณะที่กำลังผ่าตัดคลอดบุตรให้กับคนไข้สตรีตั้งครรภ์ครบกำหนดรายหนึ่ง ก็ได้รับทราบข่าวอันชวนสลดใจ ถึงการจากไปอย่างกระทันหันของอาจารย์สตรี ซึ่งสนิทสนมกับข้าพเจ้า.....
สำหรับกรณีของคุณสุภาณี ซึ่งเป็นคนไข้สตรีที่ข้าพเจ้าทำการผ่าตัดคลอดให้นั้น เธอเป็นคนไข้ที่น่าสนใจมาก เนื่องจาก เธอมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์อย่างหนึ่งที่นานๆจะพบสักครั้ง แต่ก็มีความสำคัญและอันตราย ภาวะแทรกซ้อนที่ว่านั้น คือ กระดูกหัวเหน่าแยกตัว ( pubic bone separation ) เดิมที คุณสุภาณีเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิดกันบางประการระหว่างคนไข้กับคุณหมอ คุณสุภาณีจึงเกิดความน้อยใจและขอย้ายโรงพยาบาล เพื่อมาให้ข้าพเจ้าดูแลแทนสูติแพทย์ท่านเดิม
คุณสุภาณี อายุ 26 ปี เคยมีประวัติเป็นลมชัก เมื่อเดือนมีนาคมของปีนี้ เธอได้ไปรักษาภาวะมีบุตรยากกับคุณหมอท่านหนึ่ง เนื่องจากเธอมีอาการปวดประจำเดือนบ่อยๆและได้รับการตรวจพบว่าเป็นถุงน้ำรังไข่ที่เรียกว่า Chocholate cyst การรักษาได้ผลเป็นอย่างดีจนตั้งครรภ์สำเร็จหลังจากรักษาได้เพียงครึ่งปี การตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครรภ์แรก จึงสร้างความหนักใจให้กับคุณสุภาณีไม่ใช่น้อย เธอเริ่มฝากครรภ์ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์
พออายุครรภ์ได้ 12 สัปดาห์ คุณสุภาณีเริ่มมีอาการเจ็บตรงหัวเหน่า คุณหมอที่รับฝากครรภ์ อธิบายว่า น่าจะเป็นจากสาเหตุอะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม คุณหมอคิดว่า ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก คำอธิบายของคุณหมอไม่ได้ผล คนไข้ยังคงสับสนและกังวลเกี่ยวกับภาวะนี้ ยิ่งนานวัน อาการปวดหัวเหน่า ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนั้น ยังสร้างความหนักใจให้กับทุกคนในครอบครัวของคุณสุภาณี

Syndicate content