try another color:
try another fontsize: 60% 70% 80% 90%
Dr.Seri's Clinic คลินิกหมอเสรี

Welcome

ยินดีต้อนรับ... เข้าสู่งานเขียน ของ พ.ต.อ. นพ.เสรี ธีรพงษ์

งานเขียนที่ปรากฏใน www.drseri.com นี้ เป็นบทความ บทกวี ของคอลัมน์ต่างๆในนิตยสารหลายฉบับที่ข้าพเจ้าเขียนให้ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา งานเขียนที่มากมายเหล่านี้อาจจะปรากฏมาก่อนในนิตยสารและหนังสือต่างๆของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าคิดว่า เรื่องราว บทกวีดังกล่าวน่าจะนำมาเผยแพร่ทางเครือข่ายอินเตอร์เนต เพราะหลายท่านยังไม่เคยได้สัมผัส

แม้ว่า งานเขียนเหล่านี้จะไม่เคยส่งเข้าประกวดในองค์กรหรือสถาบันด้านภาษาใดๆมาก่อน ข้าพเจ้าก็เขียนอย่างตั้งใจด้วยความใส่ใจในเนื้อหา พิถีพิถันในภาษา รวมทั้งสอดแทรกบทกลอน บทกวีที่แต่งด้วยความระมัดระวังเพื่อให้ถูกต้องในเรื่องอักขระและรูปแบบ โดยหาได้ทอดทิ้งอารมณ์และความงามของภาษา อย่างไรก็ตาม งานเขียนเหล่านี้ย่อมมีความผิดพลาดอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ข้าพเจ้า ขอน้อมรับไว้และจะพยายามแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป หากมีสิ่งใดที่ท่านผู้อ่านจะแนะนำ ติติง หรือขอให้แก้ไขอักขระ ภาษาที่ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย โปรดส่งความคิดเห็นผ่านทาง contact / webboard

กระทู้แนะนำ

Latest Diary

Change

ก่อนอื่น ผมต้องขอประทานผู้อ่านทุกๆท่าน ที่ไม่ได้ Update ข้อมูล เพราะผมป่วยเป็น Recurrent prostitis หมายถึงต่อมลูกหมากอักเสบซ้ำ กล่าวคือ หลังจากทานยาฆ่าเชื้อกลุ่ม Quinolone เป็นเวลานานถึง 3 เดือน ก็ยังไม่หาย แถมกลับเป็นซ้ำอีก ผมตัดสินใจใช้ยากลุ่มนี้ที่สูงขึ้น บวกกับยา Genta หยดเข้าเส้นเลือด 5 วัน ปรากฏว่า อาการยังคงแย่อยู่ เผอิญ! ผมไดเ้ไปแจกซองผ้าป่าที่ตัวเองเป็นประธาน ได้พบกับหมอท่านหนึุึ่ง ซึ่ง แม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เรื่องระบบทางเดินปัสสาวะ แต่มีความเชี่ยวชาญเรื่องยา เพราะจบเภสัช มาก่อนสอบเข้าแพทย์ คือ บอกให้ผมเปลี่ยนเป็นกลุ่ม Cephalosporin เพราะยาเข้า soft tissue ได้ง่าย และต่อมลูกหมาก ก็เป็น soft tissue ส่วนยากลุ่ม Quinolone ยาจะถูกขับทางไต จึงรักษาทางเดินปัสาวะอักเสบได้ดี ผมจึงรีบเปลี่ยนยามาเป็น Cefarosporin ฉีดเข้าเส้น และยากินในกลุ่มนี้ รูปแบบเม็ด (Omnicef) ทำให้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่เอง การเลือกแพทย์ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น แม้คำแนะนำครั้งแรก จะดีและเป็นของSpecialist แต่มันไม่ถูกกับตัวเรา เราก็ต้องเปลี่ยน อย่ารีรอ การเปลี่ยนหมอ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ขออย่างเดียว อย่าเปลี่ยนไปพบกับ 'หมอปลอม' ซึ่งมีอยู่มากมาย ที่ไม่มีความรู้ครอบคลุมในโรคของคุณ
ไม่ต้องเกรงใจหรอก แม้แต่คนไข้ของผมเอง ก็ตาม หากมีปัญหา เกิดขึ้น เช่นไปปตรวจพบเซลล์มะเร็ง หรือสงสัยมะเร็งของอวัยวะสืบพันธ์ ก็เปลี่ยนไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องมะเร้งอวัยวะสืบพีัันธ์ได้ ไม่ต้องเกรงใจ และไม่ต้องมาบอกก็ได้ จริงๆแล้ว คนไข้ของผม หากเกินความสามารถ เช่นโรคเปลี่ยนแปลง ไปเป็นมะเร็งดังว่า หรือโรคอื่นที่ไม่เชี่ยวชาญ ผมก็จะส่งให้หมอท่านอื่นไป ไม่คิดจะเก็บคนไข้ไว้

Latest Article

เมื่อหมอป่วย

เมฆหมอกในชีวิตมนุษย์ มักปิดบังดวงตาเรา ให้โง่เขลาอยู่เสมอ มองไม่เห็นสิ่งง่ายๆที่เป็นอันตรายรายรอบ โดยเฉพาะโรคภัยไข้เจ็บ ที่แฝงมาในรูปลักษณ์ต่างๆ หากเราประมาทและผิดพลาดเพียงครั้งเดียว โรคร้ายก็อาจทำลายเรา จนไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้
‘สุขภาพ คือ ทั้งหมดของชีวิต’ เป็นสุภาษิตที่น่าสนใจ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ รวมทั้งข้าพเจ้า กลับไม่ค่อยเอาใส่ใจกับสุขภาพของตัวเอง ผู้คนเหล่านี้พากันละเลยเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี.. ดังนั้น พอเจ็บไข้ขึ้นมา ก็มักจะมีอาการป่วยที่รุนแรง
ข้าพเจ้าเอง เท่าที่ข้าพเจ้าจำความได้ ไม่เคยล้มหมอนเสื่อในโรงพยาบาลมานานกว่า 40 ปี.. แต่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้เกิดโรคประหลาดอย่างหนึ่งขึ้นในตัวข้าพเจ้า จนต้องนอนพักรักษาในโรงพยาบาล.. ที่ต้องเรียกว่า เป็น ‘โรคประหลาด’ ก็เพราะ โรคนี้ไม่เคยปรากฏอยู่ในความคิดของข้าพเจ้าเลย แต่กลับต้องมาทนทุกข์ทรมานอยู่กับมันเป็นเวลานาน ทั้งยังหลงทางในการรักษาอีกด้วย
เดือนมีนาคม ในปี พ.ศ. 2553 ข้าพเจ้าได้เดินทางไปประเทศอินเดียในเช้าวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ เพื่อส่งลูกชายเข้าศึกษาที่โรงเรียน กาสิก้า (Kasiga School) โรงเรียนแห่งนี้ ตั้งอยู่บนภูเขา ในเขตรัฐเดลาดูน (Dehradun) ห่างจากสนามบินนิวเดลลีประมาณ 240 กิโลเมตร ข้าพเจ้าใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์นานถึง 8 ชั่วโมง โดยจอดแวะร้านอาหารริมทางเพียงแห่งเดียว เมื่อรวมเวลาที่โดยสารบนเครื่องบินอีก 4 ชั่วโมง เป็น 12 ชั่วโมง ก็เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าต้องล้มป่วย

ภาวะเด็กถ่ายขี้เทาเข้มข้นในน้ำคร่ำ (Thick Meconium)

ธรรมดาแล้ว ทารกในครรภ์จะไม่ถ่ายขี้เทาออกมา นอกเสียจากว่า ขาดก๊าซออกซิเจนในกระแสเลือดอย่างรุนแรง (Severe Hypoxia).. ขี้เทาในน้ำคร่ำนั้น ถ้ามันไม่มาก ก็จะถูกเจือจางจากน้ำคร่ำ และไม่เป็นอันตราย.. แต่หากขี้เทามีจำนวนมาก ก็จะทำให้น้ำคร่ำเข้มข้นเหนียวหนืดและมีผลต่อชีวิตทารกน้อยตอนที่เขาหายใจเฮือกแรกของชีวิต (Firth Breathing) เพราะมันจะแทรกซอนเข้าไปอุดตันในหลอดลมเล็กๆเกือบทุกส่วนของปอด ส่งผลให้เนื้อปอดขาดก๊าซออกซิเจน รวมทั้งอวัยวะทั้งหมดด้วย ทารกน้อยย่อมจะมีชีวิตอยู่เป็นปกติสุขไม่ได้ ในที่สุด หลายคนก็ต้องชีพสลาย
วันอังคารที่ผ่านมา ข้าพเจ้าอยู่เวรประจำการแผนกสูติฯ ตอนเช้า ยังไม่ทันจะเดินทางถึงโรงพยาบาลตำรวจ ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในห้องคลอด เมื่อข้าพเจ้าได้โทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ห้องคลอดว่า ‘มีปัญหาอะไรไหม?’ พยาบาลคนหนึ่งรายงานว่า “เมื่อคืน มีคนไข้รายหนึ่ง ท้องที่ 2.. ปากมดลูกเปิด 7 เซนติเมตร ตั้งแต่ 1 ทุ่ม นี่เวลาผ่านไป 12 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่คลอดเลย”
“ เด็กตัวใหญ่ไหม? และมดลูกหดรัดตัวดีหรือเปล่า? ” ข้าพเจ้าถาม
“เด็กตัวใหญ่มาก มดลูกหดรัดตัวดีมาตลอด หมอรีบมาดูเถอะ” พยาบาลคนเดิมพยายามพูดเชิงวิงวอน
“ ไม่เป็นไร!!! Set ผ่าตัดไปเลย” ข้าพเจ้าสั่งการทางโทรศัพท์ จากนั้น ก็รีบขับรถ เพื่อให้ถึงโรงพยาบาลเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
คุณนงลักษณ์ คือ คนไข้รายนี้ เธออายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ที่ 2 ลูกคนแรกคลอดเองทางช่องคลอด ขณะนี้อายุ 7 ขวบ น้ำหนักแรกคลอด 3,500 กรัม เพศหญิง ปัจจุบัน แข็งแรงดี คุณนงลักษณ์มาฝากครรภ์ ตั้งแต่อายุครรภ์ 7 สัปดาห์ และมาเข้ารับการตรวจครรภ์ตามนัดตลอด จำนวน 11 ครั้ง
ตอนอายุครรภ์ 17 สัปดาห์ เธอได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางหน้าท้อง เพราะขนาดมดลูกใหญ่กว่าอายุครรภ์ตามที่บอก ผลปรากฏว่า อายุครรภ์จากการเปรียบเทียบส่วนต่างๆของร่างกายทารก น่าจะเท่ากับ 21 สัปดาห์ คุณนงลักษณ์จึงเปลี่ยนแปลงอายุครรภ์นับแต่นั้น.. เธอยังมาฝากครรภ์อีกหลายครั้ง ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร และไม่มีการตั้งข้อสังเกตในใบฝากครรภ์

บทอวสานของนางเอก

นางเอกในโลกมายานั้น ผูกพันอยู่กับความสำเร็จ ทุกๆวัน เธอจะต้องตะเกียกตะกายทำงานอย่างสุดกำลัง เพราะมีคลื่นลูกใหม่กำลังไล่หลังตามมาอย่างติดๆ.. ขืนชักช้า เธอก็จะถูกทอดทิ้ง แต่..สิ่งสุดท้ายที่นางเอกทุกคนจะต้องพบ ก็คือ การเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน.. นี่คือ รอยกรรมของนางเอกทุกคน
คนที่เป็นนางเอกในโลกนี้ มีมากมายที่ต้องพบกับฝันร้าย หากตัดสินใจก้าวเดินผิดพลาด เพราะไม่รู้จักพอ... บางคน สังเวยชีวิตก่อนวัยอันควร อาทิ หลินไต้, เลอตี้, อุ้งเหมยหลิง... บางคน ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างโดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา อย่างเช่น หวังจู่เสียน ส่วนจ้าวเหวย นางเอกยอดนิยมในประเทศจีนยุคปัจจุบัน จู่ๆ!! ก็หลบไปคลอดลูกที่ประเทศสิงคโปร์ โดยไม่สนใจใยดีกับชื่อเสียง เธอละทิ้งวิถีชีวิตของนางเอกบนจอ และไขว่คว้าหาความสุขกับสามียามที่อายุยังไม่มาก แต่...ท่านทราบหรือไม่ว่า จากการสำรวจล่าสุด จ้าวเหวยได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของฝ่ายหญิงในประเทศที่มีพลเมืองมากกว่า 3000 ล้านคน
จริงๆแล้ว!!! ในความคิดของข้าพเจ้า ผู้หญิงทุกคน คือ ‘นางเอก’... ยามที่เธออ่อนวัย แน่นอน!! เธอย่อมมีเสน่ห์ร้อนแรง แต่...บางที หลายคนยังคงวุ่นวายทำงานหนักเสียจนไม่คิดที่จะมีครอบครัว ปล่อยให้อายุล่วงเลยไปกับกาลเวลา.. ยังโชคดีที่มีบางคน ดิ้นรน สร้างครอบครัวจนได้ และพยายามมีลูก แม้อายุจะมาก
คุณอรศิริ อายุย่างเข้าปีที่สี่สิบในปีนี้ มีสีหน้าวิตกกังวล มาพบกับข้าพเจ้าในเย็นวันหนึ่ง เธอเล่าประวัติให้ฟังว่า เมื่อ 2 ปีก่อน เธอเคยแท้งบุตร ตอนอายุครรภ์ 2 เดือน และได้รับการขูดมดลูกที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ขณะนี้เธอตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน มีปัญหาเลือดออกกะปิดกะปรอย และได้รับยากันแท้งมาระยะหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดให้กับคุณอรศิริ พบว่า มีเงาทารกขนาดเท่ากับอายุครรภ์ 8 สัปดาห์ พร้อมกับหัวใจเต้นในลักษณะเหมือนกับไฟกระพริบ ซึ่งแสดงว่า ภาวะแท้งคุกคามของเธอ มีการพยากรณ์โรคที่ดี โดยมีโอกาสเสี่ยงที่จะแท้งเพียง 2-5%

เนื้องอกมดลูกผูกพัน

เนื้องอกมดลูกชนิดไม่ร้ายแรง (Myoma or Adenomyosis) เพียงอย่างเดียว การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic surgery) ก็ยากลำบากอยู่แล้ว หากต้องมีสิ่งกีดขวางอย่างอื่นผสมผสานเข้ามา อาทิ เนื้องอกรังไข่ (Ovarian cyst), ถุงน้ำปีกมดลูก (Hydrosalpinx) หรือ พังผืด (Pelvic adhesion) การผ่าตัดรักษา ยิ่งมีปัญหายุ่งยากมากขึ้น เผลอๆ!! คุณหมอผู้ผ่าตัด อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการผ่าตัดแบบเจาะท้องส่องกล้อง ไปเป็นแบบผ่าเปิดหน้าท้องเลย ก็เป็นได้
คุณอิสรีย์ เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้ คุณอิสรีย์อายุ 45 ปี โสด และไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน เธอมาโรงพยาบาลด้วยเรื่องปวดท้องน้อย เวลามีระดู และมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆจนทนไม่ไหว (Progressive dysmenorrhea) เป็นเวลา ประมาณ 5 เดือน คุณอิสรีย์ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นเนื้องอกมดลูกชนิดนี้ เมื่อราว 8 เดือนก่อนเข้ารับการผ่าตัด มดลูกมีขนาดโหญ่ราวๆ ลูกส้มโอ หรือเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร นอกจากนั้น เธอยังเป็นนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone) อีกด้วย สำหรับการรักษาในช่วงนั้น คุณหมอได้ให้การรักษาแบบประคับประคอง คือ ฉีดยาคุม (DMPA) เพื่อไม่ให้มีระดู
6 เดือนต่อมา คุณอิสรีย์ ขอหยุดฉีดยาคุม เนื่องจากทำให้น้ำหนักของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอต้องการเข้ารับการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (Laparoscopic total hysterectomy) คุณหมอผู้รักษาคนแรกจึงนำกรณีของเธอไปปรึกษาแพทย์ท่านหนึ่งที่ทำทางด้านนี้ คุณหมอท่านนั้น ได้ให้ความเห็นว่า อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการผ่าตัดกลางคันมาเป็นแบบผ่าตัดเปิดหน้าท้อง คนไข้จึงขอมาเปลี่ยนหมอ มาปรึกษากับข้าเพเจ้า

‘แท้ง’ ดีกว่า เกิดมาอย่างคนไร้ค่า

ที่ประเทศไต้หวัน มีชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุ 23 ปี หน้าตาผิวพรรณดี รูปร่างสูงสง่า 183 เซนติเมตร ท่าทางเป็นคนมีการศึกษา แต่เที่ยวนอนตามสวนสาธารณะ และขอข้าวจากโรงทานของรัฐ ชาวบ้านเห็นเข้า ต่างเห็นเป็นเรื่องแปลกและพากันนินทาว่าร้าย นักข่าวได้ไปสอบถามเอาความ ปรากฏว่า หนุ่มผู้นี้พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก สอบถามถึงความเป็นมา ก็พบว่า คุณพ่อเป็นถึงเอกอัครราชทูต เพิ่งเสียชีวิตไปไม่กี่เดือน ก่อนหน้านี้ คุณพ่อได้วางแผนชีวิตให้เขาทุกอย่าง เขาจึงไม่เคยทำอะไรด้วยตนเองเลย จวบจนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในสหรัฐ และเหลือการศึกษาอีกเพียง 1 ปี คุณพ่อก็มาด่วนจากไปด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก หนุ่มรายนี้จึงต้องออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน ตอนนั้น เขายังไม่ได้มีใบประกาศนียบัตรรับรองการศึกษาใดๆ อันเป็นใบเบิกทาง เพื่อทำงาน ดังนั้น เมื่อไปสมัครงาน ก็ได้งานแต่ระดับต่ำๆ ซึ่งเขาไม่สามารถทนได้ เขาเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ จึงตกงานอยู่เรื่อย เขาชอบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน เป็นเหตุให้ทะเลาะกับคุณแม่และน้องสาว ต่อมา เขาได้เลือกที่จะเดินออกจากบ้าน ไปรอนแรมเหมือนขอทาน และขออาหารกินตามสถานที่มีผู้ใจบุญหรือรัฐจัดให้ เมื่อผู้สื่อข่าวไปถ่ายทำทีวีและสอบถาม เขาไม่ได้รู้สึกอาย เขาตอบคำถามต่างๆอย่างตรงไปตรงมาและสรุปด้วยคำง่ายๆ ว่า “ตอนนี้ เขากำลังอยู่ในช่วงพักผ่อน” .......แต่..จริงๆแล้ว!!! เขาคือคนไร้ค่าคนหนึ่ง
บุคคลดังที่กล่าวมาข้างต้น มีมากมายเหลือเกินในสังคมยุคนี้ พวกเขาเหล่านั้น มีข้ออ้างร้อยแปดพันประการที่จะไม่ทำงาน ทั้งไม่มียางอายที่จะเดินเฉิดฉายในสังคม.....ว่าไปแล้ว!!! คนพวกนี้น่าจะตายไปตั้งแต่อยู่ในท้องของมารดา หรือถูกทำแท้ง เพื่อไม่ให้ชีวิตรอดออกมาสู่โลกภายนอก…..
1 เดือนที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเกือบได้กระทำบาปอย่างมหันต์ด้วยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตลูกมนุษย์ ภายใต้ชื่อสวยหรูว่า ‘ทำแท้งเพื่อการรักษา (therapeutic abortion)’ แต่ก็โชคดี!!! ที่ไม่ได้ลงมือกระทำ มิฉะนั้น ข้าพเจ้าคงไม่สบายใจอย่างมาก.... เรื่องมีอยู่ว่า